การเขียนแหล่งอ้างอิงและการบันทึกข้อมูล
    คำแนะนำสำหรับผู้เรียน
+ ชุดที่12 การเขียนเชิงอรรถ
   - การเขียนเชิงอรรถ
   - แบบฝึกการพัฒนาทักษะ
   - เฉลยแบบฝึกการพัฒนาทักษะ
+ ชุดที่13 การเขียนบรรณานุกรม
   - การเขียนบรรณานุกรม
   - แบบฝึกการพัฒนาทักษะ
   - เฉลยแบบฝึกการพัฒนาทักษะ
+ ชุดที่14 การบันทึกข้อมูลจากการอ่าน
   - การบันทึกข้อมูลจากการอ่าน
   - แบบฝึกการพัฒนาทักษะ
   - เฉลยแบบฝึกการพัฒนาทักษะ
 
กลับหน้าแรก
 

ความหมายของเชิงอรรถ

        เชิงอรรถ  คือ  ข้อความที่เขียนไว้ส่วนล่างของหน้า  หรือส่วนท้ายของเรื่อง  โดยมีเส้นคั่น จากตัวเรื่องให้เห็นชัดเจน  มีหมายเลขกำกับไว้ตรงส่วนท้ายของข้อความ  และส่วนต้นของเชิงอรรถ ซึ่งหมายเลข  หรือ เครื่องหมายดอกจัน กำกับไว้นั้นจะต้องตรงกัน

 

ประโยชน์ของเชิงอรรถ 

        1.  ใช้อ้างว่า  ข้อความที่ยกมาในเรื่อง  มาจากที่ใด
        2.  ให้ผู้อ่านทราบว่าถ้าต้องการจะดูเรื่องนั้น ๆ จะดูเพิ่มเติมได้จากที่ใด
        3.  แสดงความคิดเห็นหรืออภิปรายเกี่ยวกับเนื้อหาของเรื่องนั้นที่ไม่สามารถแทรกลงไปในเนื้อหา ที่กำลังดำเนินอยู่ในขณะนั้นได้
        4.  แสดงความขอบคุณต่อผู้ที่มีส่วนช่วยในการเขียนเรื่องนั้น ๆ

 

ประเภทของเชิงอรรถ

        เชิงอรรถมี  3  ประเภท  ดังนี้
        1.  เชิงอรรถอ้างอิง  คือ  ข้อความที่บอกแหล่งที่มาของข้อความที่ใช้เป็นหลักฐานอ้างอิง ในเนื้อเรื่องที่เขียนรายงาน

 

        2.  เชิงอรรถเสริมความ  คือ  ข้อความที่อธิบายศัพท์บางคำที่มีในเรื่องเพิ่มเติม  หรือข้อความ ที่ขยายความบางเรื่องเพิ่มเติมเพื่อให้เข้าใจดียิ่งขึ้น เช่น ในหนังสือปลูกฝันไว้ในแผ่นดิน  โดย  ลูเซีย บาเกดาโน่  เขียนไว้ตอนหนึ่งว่า

 

        3. เชิงอรรถโยงข้อความ  คือ  ข้อความที่แจ้งให้ผู้อ่านค้นคว้าเพิ่มเติมเรื่องที่เกี่ยวข้อง  หรือ สัมพันธ์กันในหน้าอื่นของหนังสือเล่มเดียวกัน  หรือหนังสือคนละเล่มที่มีรายละเอียดมากกว่า  เช่น  หนังสือห้องสมุดและการค้นคว้า  ของสมจิต  พรหมเทพ  ภาควิชาบรรณารักษ์ศาสตร์  วิทยาลัยครูเชียงใหม่  หน้า  50  เขียนไว้ว่า

 

วิธีการเขียนเชิงอรรถอ้างอิง

        ให้ปฏิบัติดังนี้
        1.  ให้ขีดเส้นคั่นระหว่างเชิงอรรถกับเนื้อความที่เป็นตัวเรื่อง  โดยขีดจากริมกระดาษด้านซ้าย ไปทางด้านขวาประมาณ  1  นิ้ว  หรือ 7 ตัวอักษร
        2.  ใส่ตัวเลขกำกับไว้เหนือตัวอักษรตัวแรกเล็กน้อย   ตัวเลขต้องตรงกับตัวเลขที่กำกับไว้กับ เนื้อความในตัวเรื่อง
        3.  ตัวเลขให้เรียงตามลำดับตั้งแต่  1  เป็นต้นไป   และเชิงอรรถควรจบในหน้าเดียวกันกับ ตัวเรื่อง  ถ้าขึ้นหน้าใหม่ให้เริ่มเลข 1 ใหม่เรื่อยไป
        4.  การย่อหน้าเชิงอรรถ  ย่อให้ตรงกับย่อหน้าในตัวเรื่อง  ถ้าข้อความในเชิงอรรถยาวกว่า 1 บรรทัด  ขึ้นบรรทัดใหม่ให้ตรงกับขอบริมด้านซ้ายของข้อความในตัวเรื่อง
        5.  ตัวเลขกำกับเนื้อความในตัวเรื่องเพื่อบอกเชิงอรรถให้ใส่ไว้เหนือตัวอักษรของข้อความนั้น  เล็กน้อย  เช่นเดียวกับตัวเลขที่เชิงอรรถ  ส่วนมากนิยมใส่ท้ายข้อความ  และถ้าข้อความนั้น อยู่ในเครื่องหมายอัญประกาศ ตัวเลขจะไว้หลัง  และเหนือเครื่องหมายอัญประกาศเล็กน้อย
        6.  ให้นำเชิงอรรถไปเรียงไว้ในส่วนที่เป็นบรรณานุกรมท้ายเรื่องด้วย

 

การเขียนเชิงอรรถ

        1.  โครงสร้างรูปแบบเชิงอรรถหนังสือ

 

             1.1  มีผู้แต่งคนเดียว

 

             1.2  มีผู้แต่ง  2  คน  ให้ลงชื่อผู้แต่งทั้ง  2  คน  โดยใช้คำว่า  และ  คั่นกลาง

 

             1.3  มีผู้แต่ง  3  คน  ให้นำคำว่า  และ  นำหน้าคนที่ 3  ระหว่างคนที่ 1  และคนที่ 2 ใส่เครื่องหมายจุลภาค

 

             1.4  ถ้าผู้แต่งมากกว่า  3  คนขึ้นไป  ให้ลงเฉพาะชื่อผู้แต่งคนแรกตามด้วยเครื่องหมาย จุลภาค  และต่อท้ายด้วย  และคนอื่น ๆ

 

             1.5  ผู้แต่งที่ใช้นามแฝงและสามารถทราบนามจริง  ให้วงเล็บนามจริงต่อท้ายนามแฝง

 

             1.6  ผู้แต่งที่ใช้นามแฝงและไม่สามารถทราบนามจริง  ให้วงเล็บคำว่า  นามแฝง  แทน

 

             1.7  ไม่ปรากฏนามผู้แต่งให้ใส่ชื่อหนังสือเป็นอันดับแรก

 

             1.8  ผู้แต่งเป็นสมาคม  หรือหน่วยงาน ให้ชื่อสมาคม  สถาบันหรือหน่วยงานเป็นอันดับแรก

 

             1.9  หนังสือแปล  ให้ลงชื่อ นามสกุลผู้แต่ง  ปีที่พิมพ์   ชื่อ  นามสกุล ของผู้แปล ตามด้วย หน้า/เลขหน้าที่อ้าง

 

        2.  โครงสร้างรูปแบบเชิงอรรถวารสาร

 

        3.  โครงสร้างรูปแบบเชิงอรรถหนังสือพิมพ์

             3.1  การลงเชิงอรรถอ้างอิงประเภทบทความในหนังสือพิมพ์

 

             3.2  การลงเชิงอรรถอ้างอิงประเภทข่าวในหนังสือพิมพ์